Powered By Blogger

วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สำหรับคนที่โดน "ผีอำบ่อยๆ" อ่านด่วนคับ


สาเหตุและวิธีป้องกันผีอำ
อาการที่นอนแล้วตื่นไม่ได้ หรือที่บางคนบอกว่าผีอำเนี่ย เราเป็นมาตั้งแต่ 7 ขวบ แล้ว เป็นมาตลอดเลย
แย่มากๆ -*- (ไม่ได้เป็นทุกวันนะคะ นานๆทีเป็นอะ)
แล้วทีนี้ตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็นผีอำเหมือนกัน สวดมนต์ ภาวนาใหญ่เลย แต่ก็….นะ ไม่เห็นจะช่วยอะไรเท่าไหร่
คือมีอยู่ครั้งนึงไม่สวดก็ดิ้นหลุดได้เหมือนกัน จนเรางงว่าเป็นไรเนี่ย กลัวมากจนร้องไห้เลย และบอกกะตัวเองว่า ถ้า
มาอีกนะ ฮึ่มมม จะปล่อยให้ตัวเองตายไปเลย เบื่อแล้วนะเนี่ย
คือเราไม่ได้ไปหาหมอน่ะค่ะ ก็ถามคนรอบๆข้าง เค้าก็บอกกล้ามเนื้ออ่อนแรงกัน บอกว่าผีอำกัน ไรงี้ แต่ก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง หรือชื่ออาการจริงๆซะที
แล้วบังเอิญเมื่อปีที่แล้ว ตอนเราอายุ 18 ก็ช่วยแฟนทำงานเรื่อง sleep disorder ก็ไปค้นเวบต่างประเทศ
ทำให้ เจอข้อมูลของโรค Sleep Paralysis เข้า….ตอนนั้นอยากจะกรี๊ด ลั่นบ้าน
ในที่สุดก็รู้ซะทีว่าตัวเองเป็นอะไร – -”
แบบดีใจมากๆ หลังจากรอคอยมาเป็นสิบๆปี เฮ้อ
อาการโรคนี้ตรงกะเรา(เกือบ)ทุกอย่าง ลองไป Search ดูนะคะ Sleep Paralysis
หน้าของประเทศไทยเราว่ามันไม่ค่อยมีนะ แล้วก็ไม่ละเอียดด้วย ดูของต่างประเทศดีกว่าค่ะ
อันนี้เราลองแปลบางส่วน มาจากเวบนี้นะคะ http://nc.essortment.com/paralysissleep_rauu.htm
Sleep Paralysis คืออาการที่จิตเราตื่นขึ้นมา และพบว่าร่างกายไม่สามารถขยับได้
หรือเรียกว่าอยู่ในระยะ Paralyzed State ระยะอัมพาต (แปลน่ากลัวไปมั้ย -*-)
อาการนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวมากทีเดียว และคนส่วนใหญ่ก็จะตระหนกเมื่อประสบเหตุการณ์เช่นนี้
แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อร่างกาย อาการนี้ส่วนใหญ่จะอยู่แค่ สองสามนาที และในกรณีส่วนใหญ่
อาการนี้ก็จะหายไปโดยเสียงหรือการสัมผัสร่างกาย

Sleep Paralysis แบ่งเป็น2ประเภทคือ
1. The common sleep Paralysis

2. The Hallucinatory Sleep paralysis ข้อแตกต่างระหว่างสองประเภทนี้ก็คือ Hypnogogic State (ระยะที่อยู่ระหว่างตื่นและหลับ)

1.The common sleep Paralysis (ส่วนใหญ่เกิดในช่วง REM state)
เกิดเมื่อร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ร่างกายขยับไม่ได้ เพื่อไม่ให้ร่างกายขยับตามความฝัน เพื่อลดโอกาสที่จะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายระหว่างหลับ ฮอร์โมนนี้จะหมดไปก่อนที่ฝันจะจบ และบุคคลนั้นก็จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับ อวัยวะทุกอย่างที่ใช้งานได้อย่างปกติ
สำหรับคนที่เป็น Sleep Paralysis ก็เพราะ ฮอร์โมนที่ว่านั้นยังคงยับยั้งการทำงานของร่างกายอยู่ และเมื่อคนนั้นตื่นมาก็จะพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ชั่วคราว และไม่รู้สาเหตุว่าทำไม
The common sleep Paralysis จะอยู่ไม่เกิน 1 นาที หรืออาจนานกว่านั้นนิดหน่อย

2 The Hallucinatory Sleep paralysis คือ
ไม่สามารถขยับได้ระหว่างหลับ และมีอาการเห็นภาพหลอนเกิดขึ้น ช่วงนี้คนผู้นั้นจะรู้สึกเหมือนว่ามีบางคน
อยู่ในห้องกะเขา (ส่วนใหญ่ก็จะเป็น ปีศาจ หรืออะไรที่น่ากลัวๆปรากฏให้เห็น หรือยิ่งไปกว่านั้นก็รู้สึกเหมือนมีอะไรนั่งอยู่บนตัว และรู้สึกเหมือนว่าตนหายใจไม่ออก หรือจะตาย) ประสบการณ์นี้ทำให้ผู้ประสบกังวล และกลัว แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด
The Hallucinatory Sleep paralysis ต่างจาก The common sleep Paralysis
เพราะ The Hallucinatory Sleep paralysis อยู่ได้นานถึง 8 นาที
และก่อให้เกิดอาการประสาทหลอน
วิธีหลีกเลี่ยง มีดังนี้
- นอนเยอะๆ
- หลีกเลี่ยงการนอนหงาย
- พยายามนอนให้เป็นเวลาไม่ใช่วันนี้นอน 2 ทุ่ม อีกวันนอนตีสอง -*-
- อย่าเครียด
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- กินอาการที่มีประโยชน์
PART II อาการ
เราจะเพิ่มเรื่อง Hypnagogic sensations ความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่น นะคะ
เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกะ Sleep Paralysis อะค่ะ
Hypnagogic sensations เป็นประสบการณ์ที่เหมือนฝัน เกิดเมื่อเรากำลงัจะหลับ หรือ
กำลังตื่น และถ้าเกิดพร้อมกะ Sleep paralysis ด้วยแล้ว จะยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีก T_T
รูปแบบของความรู้สึกครึ่งหลับครึ่งตื่นนี้ แต่ละคนก็มีอาการต่างกันไป เราจะบอกเฉพาะอาการนะคะ สาเหตุขี้เกียจแปลอะ ศัพท์ยาก T_T
อาการที่พบบ่อยมากสุด
- Vividness
- Falling Sensation
- กลัว
อาการปกติ
- รู้สึกว่ามีบางอย่างปรากฏขึ้น (ส่วนใหญ่จะมุ่งร้าย)
- มีแรงกดทับบนร่างกาย (ส่วนใหญ่บนหน้าอก หรือหลัง)
- มีความรู้สึกว่า ไม่สามารถหายใจได้
- รู้สึกว่าใกล้ตาย
อาการที่พบเห็นปานกลาง
- ความรู้สึกด้านการฟัง (เสียงเท้าเดิน หรือเสียงที่ไม่ชัดเจน หรือเสียงเป็นจังหวะ)
- ความรู้สึกด้านการเห็น อย่างเช่น แสง ผู้คน หรือเงาเคลื่อนที่ไปรอบห้อง
อาการที่พบเห็นน้อย
- ความรู้สึกว่าตัวลอย
- Seamless transition into fully immersive lucid dreaming
- ความรู้สึกทางด้านสัมผัส เช่น มีมือมาแตะ หรือจับ
อาการที่พบเจอยาก
- สั่น
- การเคลื่อนไหวโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น ลื่นหล่นจากเตียง หรือกำแพง
- รู้สึกว่าถูกดึงในทิศทางต่างๆไป
PART III ประสบการณ์ตัวเอง
ไหนๆก็ขอเล่าประสบการณ์ตัวเองนิดนึง ตอนเราเป็นแต่ละครั้งมีอาการไม่เหมือนกัน แต่จะคล้ายๆกันค่ะ
ครั้งแรกที่เป็นตอน 7 ขวบ จำได้ว่า ตอนนั้นนอนหลับบนตักแม่ในรถ
ครั้งนั้นอาการที่เกิดขึ้น ก็เป็นเหมือนอาการทั่วๆไปของเราที่จะเกิดขึ้นอีกเป็นร้อยครั้งค่ะ คือ ลืมตาไม่ได้ หายใจไม่ออก(มันอาจหายใจได้นะ แต่แบบแผ่วเบามาก เหมือนคนจะหมดลมหายใจยังไงยังงั้น) รู้สึกอึดอัด ขยับตัวไม่ได้เลย รู้สึกว่าถ้าไม่ตื่นต้องตายเพราะหายใจไม่ออกแน่ๆ วิธีแก้คือ สวดมนต์นะโม3จบ ถ้ายังไม่ได้ก็ดิ้นเลย ซึ่งต้องรวบรวมพละกำลังมาก จะมาค่อยๆขยับไม่ได้ ต้องสะบัดทีเดียวให้ตื่นเลย (ลำบากอะไรเช่นนี้ -*-)
มีอยู่ครั้งนึง เป็นตอนไม่สบาย (ส่วนใหญ่ถ้าเป็น แล้วอีกวันจะไม่สบาย บางทีก็เป็นขณะที่ไม่สบาย) คือครั้งนั้นกำลังนอนอยู่ เกิดมีอาการอย่างว่านี่อีก แต่คราวนี้ สามารถลืมตาได้นิดหน่อย ก็เห็นบรรยากาศรอบห้อง เห็นคุณยายเดินอยู่ จะเรียกให้ช่วยก็ออกเสียงไม่ได้ (เราอ้าปากได้เราตะโกนออกไปสุดเสียง แต่ไม่มีเสียงเลย…. )
ตัวก็ขยับไม่ได้ วิธีแก้ก็แบบเดิม
ครั้งต่อมา เผอิญเรานอนเอามือวางบนท้อง ทำให้เรารู้อะไรบางอย่าง
คือเมื่อเกิดอาการนี้ ท้องเราจะยุบขึ้นและลงเยอะมาก แบบตอนนั้นก็หายใจแผ่วเบานะ
แต่ท้องมันเหมือนจะทำงานหนัก หายใจเข้าทีก็พองขึ้นมาก หายใจออกทีก็ยุบลงมาก (มากจนเราก็ตกใจ) ครั้งต่อๆมาก็ลองเอามือวางบนท้องอีก แต่ไม่เป็นแบบเดิมแล้ว คราวนี้เป็นแบบยุบขึ้นและลงนิดเดียวแต่ถี่มาก -*- (งงเลย)
มีอยู่ครั้งนึง อาการคล้ายๆเดิม แต่คราวนี้เราขยับได้ แต่ไม่ได้ขยับเหมือนคนปกตินะ คือแค่จะกระดิกนิ้ว ก็ใช้เวลานานมาก…เราลองยกแขนขึ้น ก็ยากมาก เหมือนกับว่า เราต้องเพ่งจิตไปที่ส่วนนั้นอย่างเดียว แล้วรวบรวมกำลังให้ยกได้ เราก็ค่อยๆขยับจากพื้นมาไว้ตรงอก (ซึ่งก็ไม่รู้จะทำไปเพื่อ???? ไม่ได้ช่วยอะไรเลย) อืม .. ก็อุตส่าห์เสียพลังไปมากกะการขยับแขนย้ายแขนนั่น เราก็เหนื่อย ก็พักแป๊บนึง ถึงจะสะบัดหลุดได้ (คือถ้าใช้กำลังไม่พอมันจะสะบัดไม่หลุด)
ครั้งต่อมา ทีนี้เราเริ่มสวดชินบัญชรเป็นแล้ว เราก็เลยเอามาใช้เวลามีอาการ ซึ่งพอถึงเวลาจริงๆเราสวดไปได้ 2-3 บท ก็ตื่นได้ แต่บางทีก็ตื่นไม่ได้ ก็ต้องดิ้นกันต่อไป
พอเป็นมากๆเข้า เราเริ่มเหนื่อยกับการดิ้นแล้ว มันเหนื่อยนะ ยากด้วย บางครั้งก็มานั่งคิดว่า เออ…ถ้าเราดิ้นไม่หลุด ตื่นไม่ได้ เราก็คงตายเพราะหายใจไม่ออกใช่มั้ยเนี่ย ครั้งต่อมาเราเลย เป็นไงเป็นกันไม่ดิ้นแล้ว ….. พอถึงตอนมีอาการจริงๆ มันอึดอัดจนทนไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องดิ้นอยู่ดี บางทีดิ้นไม่หลุด เราก็กะจะนอนเฉยๆช่างมันแล้ว ตายก็ตาย( ตอนนั้นคิดอย่างนี้จริงๆนะ) แต่อยู่ดีๆก็ตื่นได้เอง เฉยเลย
แต่พอนอนต่อก็เป็นอีก – -”
ช่วงระยะหลังมานี้ วิธีแก้ เราก็ไม่ดิ้นแล้ว เรานอนเฉยๆแทน เพราะมันก็ตื่นได้เหมือนกัน เพราะตอนเป็นมันก็ง่วงอะนะ จะให้มาดิ้นอะไรเราก็ขี้เกียจทำ บางทีเรานอนเฉยๆจนหลับไปเลยก็มี …..หลับไปซักพักก็เป็นใหม่เราก็นอนเฉยๆอีก มันก็ตื่นของมันเอง..เราก็จะนอนต่อ ก็เป็นอีก วนเวียนจนเรารำคาญต้องลุกจากเตียง
ที่เราเป็นมาถือเป็นอาการแบบ Common มากๆ เราโชคดีที่ไม่เห็นอะไรน่ากลัว หรือได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ เพราะแค่ที่เราเป็นอยู่ก็แย่พอทนแล้ว เฮ้อ!!!!
TIPS – ถ้าตื่นขึ้นมา แล้วพอหลับไปก็เป็นอีก ( ตอนที่เราเป็นอะ อุตส่าห์ดิ้นหลุดได้แล้ว พอตื่นมาได้มันก็ง่วงๆไง เราเลยหลับต่อ ทีนี้เลยเป็นอีกเลย (น่ารำคาญมากๆ T_T)
บางทีเป็นติดกัน 5-6 ครั้ง -*- ) มี วิธีแก้คือ (อันนี้รวบรวมจากประสบการณ์ตัวเอง) คือถ้าตื่นมาได้จากอาการนั้น ให้ลุกมาจากเตียงเลยค่ะ ไปเข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำ เดินรอบบ้าน ทำอะไรก็ว่าไป ซัก 15 นาที(เพื่อความชัวร์) แล้วค่อยกลับมานอนต่อ เราทำวิธีนี้แล้วก็ไม่เป็นอีกแบบต่อเนื่อง ค่ะ

เนื้อหา : 123general.9f.com

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ข้อห้ามของการลดน้ำหนัก

1. ห้ามกินยาจำพวกลดน้ำหนักเด็ดขาด เพราะ ยาจำพวกลดน้ำหนักจะไปดูดน้ำในร่างกายทำให้ร่างกายขาดน้ำจนทำให้ไตวาย

2. ห้ามอดอาหารเด็ดขาด เช่นการอดอาหารเย็น ถ้าคุณอดอาหารมื้อนึงจะทำให้คุณหิวมากและกินมากในมื้อต่อไปจากที่จะได้ลดความอ้วนกลับทำให้เพิ่มน้ำหนัก

อาหารของคนลดน้ำหนัก



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         ความอ้วนกับสาว ๆ ดูเหมือนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งถ้าเกิดใครมาทักว่า "นี่เธอดูอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย" คงจะถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพี่น้องกันเลยทีเดียว อิอิ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะวันนี้เรารวบรวม สูตรลดน้ำหนัก เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการ ตั้งแต่ 3 วัน ถึง 1 เดือน มาฝากสาว ๆ ด้วย เอ้า...ไหนมาดูซิ ว่ามี สูตรน้ำหนัก อะไรน่าสนใจบ้างเอ่ย
สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 1: สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

         เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
          มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 2

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
          มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
          มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

 วันที่ 4

          มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
          มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
          มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
          มื้อเย็น : นมสด

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
          มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
          มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

         ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ

ดื่มน้ำ
 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 2  : สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

         โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

 วันที่ 1  

         ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด  1 ลิตร
          มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

 วันที่ 2
        
          มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

         ระหว่างนี้ห้ามทานของมัน หรือของทอดเด็ดขาด หลังจากรับประทานครบ 3 วันแล้ว สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 3: สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

         นี่ก็เป็นสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน อีกเช่นกัน สำหรับสาวใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็ว ๆ โดยทั้งสามวัน คุณสาว ๆ ต้องรับประทานอาหารดังนี้

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ส้มโอ 1/2 ผล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ถั่วเหลืองในซอสมะเขือเทศ
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ปลาทูน่า 4 ออนซ์ (ประมาณ 115 กรัม)  ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น ถั่วฝักยาวต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์
   
 วันที่ 2

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กล้วยหอม 1/2 ผล
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Coltage Cheese (คล้ายโยเกิร์ต) 120 กรัม
          มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น บร็อคคอลรี่ต้ม 4 ออนซ์ แครอทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ กล้วยหอม 1/2 ผล
   
 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Cheddar Cheese 1 แผ่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง
          มื้อเย็น : ปลาทูน่า 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ ดอกกระหล่ำต้ม 4 ออนซ์ แคนตาลูป 1/2 ผล

หมายเหตุ

          1. ขนมปังปิ้งต้องปิ้งจนแห้ง ห้ามทาเนยหรือมาการีน
          2. แคร๊กเกอร์ต้องเป็นรสเค็ม
          3. ปลาทูน่าและถั่วฝักยาวสามารถแช่แข็งได้
          4. อาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ได้

ข้อห้าม

          1. ห้ามเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนอาหารอื่น ห้ามใช้เครื่องปรุงอื่น นอกจากเกลือและพริกไทย
          2. รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ให้ใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม

         สูตรอาหารนี้ให้ใช้ติดต่อกัน 3 วัน ภายใน 3 วัน ควรลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัม หลังจาก 3 วัน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติค่ะ

ลดน้ำหนัก

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 4 : สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน

         สาว ๆ ที่สนใจ สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ควรจัดอาหารรับประทานดังนี้

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
          มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

 วันที่ 2
          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
          มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
          มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

 วันที่ 4

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
          มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

 วันที่ 5
          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
          มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
          มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
          มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ

วิธีลดความอ้วน

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 5 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วัน

         มาลองดูกันหน่อย สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วันมีอะไรบ้างเอ่ย

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 2

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
          มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
          มื้อเย็น: เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
          มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 4

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
          มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
          มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : ชา 1 ถ้วยไม่ใส่น้ำตาล/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : น้ำเปล่าอย่างเดียว
          มื้อเย็น : หมูอบ 2 ขีด / ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 8

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 9

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย
          มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 10

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว
          มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 11

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย
          มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

 วันที่ 12

          มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว)
          มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

 วันที่ 13

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 13 วันนี้ มีข้อห้ามด้วยนะคะ สำคัญมาก ๆ คือ

          ใน 13 วันนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า ไวน์ หมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสหวานเด็ดขาด

          หากเผลอทานนอกเหนือจากสูตร และต้องการจะเริ่มควบคุมอาหารใหม่อกครั้ง ต้องเริ่มทานสูตรนี้ใหม่ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว

          หากควบคุมอาหารตามสูตรได้แล้วถึงวันที่ 6 แต่ล้มเหลว จะสามารถเริ่มทานอาหารสูตรนี้ใหม่ได้ เมื่อผ่าน 3 เดือนไปแล้ว

          หากทานอาหารตามสูตรนี้ได้ครบ 13 วันแล้ว ยังต้องการจะควบคุมอาหารอีก ควรทำหลังจาก 1 ปีไปแล้ว หรือถ้าเลย 2 ปีไปได้ จะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ สูตรลดน้ำหนัก 13 วัน ยังมีรายละเอียดปริมาณอาหารที่กำหนดไว้คือ
          1.กาแฟดำ.. ให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อน ถ้าไม่ใส่ได้ จะดีที่สุดค่ะ
          2.ผักต้ม.. ถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดีมาก หรือถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ผักกาดขาว หรือผักกวางตุ้งแทนก็ได้
          3.มะเขือเทศสด.. ถ้าผลใหญ่ให้ทาน 1 ผล ถ้าผลเล็กให้ทาน 2-3 ผล
          4.เนื้อไก่อบ..ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกที่ไม่ติดมันหรือหนังเลย 2 ขีด ส่วนเนื้อหมูก็ต้องไม่ติดมันเลยเหมือนกัน
          5.สลัด..ใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูก นำมาหั่นรวมกันจะได้ประมาณ 1 จาน แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสเท่านั้น 1 ถ้วย (ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ)
          6.น้ำมะนาว..ใช้มะนาวสด 1-2 ลูก คั้นเอาน้ำ แล้วชงน้ำร้อนใส่เกลือ (ใส่น้ำแข็งก็ได้)
          7.โยเกิร์ต..รสจืด (รสธรรมชาติ) จะดีที่สุด
          8.ผลไม้สด 1 ผล..ให้เลือกทานคือ ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือผลไม่ที่ไม่เป็นแป้งและต้องไม่หวาน
          9.ปลานึ่ง..ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงได้ แต่ไม่ว่าปลาอะไรก็จะต้องไม่ติดหนังเลย
          10.ไข่ต้ม..ต้องต้มให้สุกๆ เลยค่ะ
          11.น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 1-2 ลิตร ถ้าหิว..ให้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว "เท่านั้น" เพราะน้ำเปล่าสามารถดื่มได้ทั้งวัน เท่าไหร่ก็ได้ค่ะ

อาหารเพื่อสุขภาพ

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 6: สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

         หากสาวใดคิดว่า 3 วัน 7 วัน เร็วไป กลัวไม่ได้ผลล่ะก็ มาลอง สูตรลดน้ำหนัก 2 สัปดาห์กันดีกว่า โดยตลอด 2 สัปดาห์ ให้จัดมื้ออาหาร และปฏิบัติตัวดังนี้
          1. มื้อเช้ากินไข่ต้ม 1 ฟองหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
          2. มื้อกลางวันกินสลัดผัก 1 จาน หรือส้มตำ 1 จาน (อย่าปรุงรสหวานนะคะ)
          3. มื้อเย็นกินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1 แผ่น
          4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน
          5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

         ทำตามนี้ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับรองว่า น้ำหนักส่วนเกินของคุณสาวๆ หายไปในพริบตาแน่นอน

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 7  : สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

         นี่ก็เป็น สูตรลดน้ำหนัก ในสองสัปดาห์อีกเช่นกัน โดยแต่ละวันให้จัดอาหาร คือ

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : กาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ ผักขมจีน นำไปทำอะไรก็ได้ โดยใส่เกลือน้อยๆ
          มื้อเย็น : เนื้อสันทอดน้ำมันน้อย ๆ (น้ำมันมะกอกจะดีที่สุด) , สลัดผักเขียว และผลไม้อะไรก็ได้ตามต้องการ

 วันที่ 2

          มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปัง 1 ก้อน (ขนมปังปกติ 3 แผ่น)
          มื้อกลางวัน : สเต็กก้อนใหญ่ และ สลัดผักเขียว และ ผลไม้ตามใจชอบ
          มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 2 ก้อน
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ สลัดมะเขือเทศตามต้องการ
          มื้อเย็น : แฮมต้มตามต้องการ

 วันที่ 4
          มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟอง และ หัวแครอทต้มกินกับเนยแข็ง (เนยสวิส)
          มื้อเย็น : ผลไม้ และ โยเกิร์ตเปรี้ยว

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : แครอทต้มใส่น้ำมะนาว และกาแฟดำ
          มื้อกลางวัน : ปลานึ่ง และ มะเขือเทศ
          มื้อเย็น : สเต็ก และ สลัดผักเขียว

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : กาแฟดำ และ ขนมปังก้อน 1 ก้อน
          มื้อกลางวัน : ไก่ย่างตามต้องการ
          มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง และ แครอทต้ม

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : ชาใส่มะนาว
          มื้อกลางวัน : ผลไม้ตามต้องการ
          มื้อเย็น : รับประทานอาหารตามปกติ

         พอวันที่ 8 ก็ให้ย้อนกลับไปรับประทานอาหารตามวันที่ 1 ใหม่ หากทำครบ 2 สัปดาห์แล้ว สาว ๆ ควรจะลดน้ำหนักลงไปได้อย่างน้อย 7 กิโลกรัมค่ะ และที่สำคัญระหว่างลดน้ำหนัก ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมเด็ดขาดค่ะ
 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 8 : สูตรลดความอ้วนจากฝรั่งเศส 24 วัน

         สูตรนี้ส่งตรงมาจากเมืองน้ำหอมเลยทีเดียว กับสูตรลดความอ้วน 24 วัน โดย อาหารของเก้าวันแรก ประกอบด้วย
          มื้อเช้า : ส้มโอ และกาแฟ หรือชา

          มื้อกลางวัน : เป็นเนื้อสัตว์ล้วน ๆ ไม่มีข้าว ไม่มีผัก ไม่มีนม และไข่ สามารถใส่ซอสได้ กินได้มากเท่าที่ต้องการไม่จำกัด แต่มีข้อแม้ว่าในหนึ่งมื้อให้กินเนื้อสัตว์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นค่ะ เช่น หมูล้วน ไก่ล้วน ปลาล้วน เพื่อให้กระเพาะอาหารสามารถทำงานได้ดี มากกว่าการกินปนกันที่จะทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น โดยเนื้อสัตว์นั้น เนื้อหมูจะมีไขมันมากที่สุด ตามมาด้วยเนื้อวัว ส่วนอาหารทะเลจะมีไขมันน้อย นอกจากนี้อาหารต้ม นึ่ง เผา จะมีแคลอรีน้อยกว่าอาหารทอด เช่นนั้นแล้ว ลองเลือกดูนะคะว่า จะทานอะไร 

         อาหารแนะนำคือสเต็กพริกไทย ปลาสำลีเผา กุ้งอบเกลือ สตูว์เนื้อไม่ใส่ผัก ปลากระพงย่างบีบมะนาว หมูทอดกระเทียม แกงจืดหมูสับล้วน ระวังอย่ากินผักและข้าวเป็นพอ

          มื้อเย็น : ให้กินแต่ข้าวกล้องล้วน ๆ แต่สามารถเติมซอสได้ ผัดกับกระเทียมได้ ใส่ซีอิ้ว พริกไทยได้หมดค่ะ แต่ห้ามไม่ให้มีนมกับไข่ผสมเด็ดขาด ผักและเนื้อสัตว์กินไม่ได้เช่นกัน อาหารแนะนำ คือ ข้าวผัดกระเทียมใส่ซีอิ๊วขาว ข้าวผัดกะปิ ข้าวคลุกมันกุ้ง ข้าวผัดมันปู ข้าวคลุกน้ำพริกตาแดง ข้าวคลุกน้ำพริกต่าง ๆ ข้าวคลุกพริกป่นบีบมะนาว

         สามวันต่อมา แม้ว่า น้ำหนักของคุณสาวๆ จะเริ่มลดไปบ้างแล้ว แต่ยังหยุดไม่ได้ค่ะ ต้องรับประทานต่อ โดย มื้อเช้ายังคงเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นเป็นผลไม้ล้วน ๆ ห้ามมีอย่างอื่นมาเกี่ยวข้อง จะทานผลไม้อะไรก็ได้ ทุเรียน มะม่วง ก็ไม่ว่า (แต่น้ำหนักอาจลดน้อยกว่าที่ควร) และต้องกินเป็นมื้อ อย่ากินจุบจิบ

         เก้าวันชุดที่ 2 อาหารเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อที่เหลือเป็นผักล้วน มันฝรั่ง เผือก ข้าวโพด ทานได้ค่ะ อาหารแนะนำ ได้แก่ คะน้าผัดน้ำมันหอย ผักนึ่งจิ้มน้ำพริก ผัดผักทุกอย่าง สลัดผักน้ำใส (ที่ไม่ใส่นม ไข่ และน้ำตาล)

         และสามวันสุดท้าย มื้อเช้าเหมือนเดิมค่ะ ส่วนมื้อกลางวันและเย็นให้ทานเป็นผลไม้ล้วนๆ

         ถ้าทำได้ครบและเคร่งครัด รับรองว่า น้ำหนักของคุณสาว ๆ ลดได้แน่ ๆ เลย แต่มีควรข้อระวังนะคะ หากนับวันผิด หรือเผลอทานนอกเหนือจากที่กำหนดไป ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกค่ะ และถ้าครบ 24 วันแล้ว ก็สามารถกลับไปทานอาหารแบบเดิมได้  แต่ถ้าอยากผอมตลอด โดยไม่อยากควบคุมปริมาณอาหาร ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้คือ

          หากจะทานเนื้อ ให้ทานเนื้อชนิดเดียวกัน และให้กินร่วมกับผัก ห้ามกินรวมกับพวกแป้ง

          หากจะกินอาหารพวกแป้ง เช่น ข้าว ก็ไม่ควรทานพร้อมกับโปรตีน ให้ทานกับผักแทน

          ผลไม้จะทานในปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ เพราะเป็นอาหารที่ใช้เวลาอยู่ในกระเพาะน้อย แต่เป็นอาหารหนัก ทำให้อิ่มนาน ดังนั้นเพื่อสุขภาพควรทานผลไม้ก่อนทานอาหารหลัก ประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้ผลไม้ไปตัดกำลังอาหารหลักนั่นเอง เราก็จะทานอาหารได้น้อยลง

ลดน้ำหนัก

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 9 : สูตรลดน้ำหนักใน 1 เดือน

         ใครชอบสูตรลดน้ำหนักระยะยาว ต้องลองสูตรลดน้ำหนัก ใน 1 เดือนค่ะ โดยจะมีรายการอาหารเช้า กลางวัน เย็น และผลไม้ ให้เลือกเป็นข้อ ๆ แต่ละวันก็เลือกมามื้อละ 1 ข้อ และผลไม้ 1 อย่างค่ะ ส่วนผักจะทานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน ส่วนอาหารแต่ละมื้อ มีอะไรให้เลือกบ้าง ไปดูกัน

 มื้อเช้า
          1. กาแฟดำ 1 ถ้วย และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
          2. นมพร่องมันเนย 1 แก้ว และ ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น
          3. โยเกิรต์ไขมันต่ำ 1 ถ้วย
          4. ขนมปังทาน้ำผึ้ง 1 แผ่น
          5. ข้าวต้มไก่, กุ้ง 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำมัน หรือ กระเทียมเจียว (ข้าวปริมาณ 1 ทัพพีเล็ก)
          6. ผลไม้

 มื้อกลางวัน และมื้อเย็น

          1. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ แกงส้ม, แกงเลียง, แกงป่า (เลือกมา 1 อย่าง แต่ห้ามทานแกงกะทิเด็ดขาด)
          2. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ต้มจืดตำลึง (อาจเปลี่ยนเป็นผักอย่างอื่นก็ได้ ไม่ใส่น้ำมัน)
          3. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ เกาเหลาผักเยอะๆ 1 ถ้วย
          4. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ น้ำพริก, ผักสด, ผักลวก (ไม่จำกัดปริมาณผัก)
          5. ข้าวสวย 1 ทัพพี และ ไข่ต้ม 1 ฟอง และผักไม่จำกัดปริมาณ
          6. ขนมจีน 1 จับ และ น้ำยาป่า และ ผักไม่จำกัดปริมาณ (ห้ามทานน้ำกะทิ)
          7. ข้าวเหนียว 1 ปั้น และ ส้มตำไม่ใส่น้ำตาล ไก่ย่าง 1 ไม้ ไม่ติดมัน และหนัง
          8. สลัดผัก (ไก่, กุ้ง, ไข่) โดยน้ำสลัดต้องเป็นน้ำใสถ้าจะเป็นน้ำข้นต้องเป็นชนิดไขมันต่ำ 1 จาน
          9. สเต็ก หมู, ไก่, ไม่ติดมัน และ ผักไม่จำกัดปริมาณ
          10. ผลไม้

 ผลไม้
          1. สัปปะรด 1 จานเล็ก
          2. ส้มโอ 1 จานเล็ก
          3. ฝรั่ง 1 ลูก
          4. ส้มเขียวหวาน 2 ลูก
          5. แอปเปิ้ล 1 ลูก
          6. แตงโม 1 จานเล็ก
          7. มะละกอ 1 จาน

         สูตรนี้ไม่จำกัดระยะเวลาค่ะ แต่ควรทานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 เดือน และงดอาหารจุบจิบ อาหารหวาน เครื่องในสัตว์ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด ถ้าลองปฏิบัติตามนี้แล้ว ในเวลา 1 เดือน ควรลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5-8 กิโลกรัม
         มีสูตรลดน้ำหนัก ให้สาว ๆ ลองเลือกขนาดนี้ ใครชอบ สูตรลดน้ำหนัก ไหนก็ลองเลือกใช้ เลือกปฏิบัติกันดูนะคะ แต่ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อจะได้เห็นผลที่ชัดเจนค่ะ

ที่มา : kapook
http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:SiIe2RkIMxgJ:health.kapook.com/view3335.html+&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th